26 พฤศจิกายน 2555

คิดนอกกรอบไวโอลิน




หลังจากที่ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ ล่าสุดก็สามารถสร้างสรรไวโอลินขึ้นมาอีก 3 ตัว ถือว่าเป็นแบบที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน  คิดและพัฒนาปรับปรุงกันมาเรื่อย  จนออกมาเป็น 3 แบบ 3 สไตล์  เรียกว่าแปลกทั้งสามตัวก็ว่าได้  มากน้อยแตกต่างกันมีที่เหมือนกันคือ ทุกตัวถูกสร้างจากมือ  หยาดเหงื่อของคนคนเดียวกันครับ

ไม่ให้เป็นการเสียเวลา  ขอเริ่มต้นจากตัวนี้ก่อน  มีความพิศดารน้อยที่สุด ใกล้เคียงกับแบบดั้งเดิมมากที่สุด ผมพยายามลดเหลี่ยมมุมบริเวณ C-bout ให้เหลือน้อยที่สุด โค้งตัวซีมีความกว้างมากขึ้น  เพื่อให้การสาวคันชักทำได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น  สำหรับมือใหม่การสาวคันชัก  หางม้าบางทีก็จะมาเกี่ยวติดบริเวณมุมๆ บางทีก็ทำให้หางม้าขาดได้  อันนี้ก็จะช่วยลดปัญหาได้เยอะ

ถัดมาก็เป็นช่องเสียงครับ  ออกแบบให้โค้งมนมากขึ้นให้เข้ากับส่วนแรกที่เล่าไว้  โดยรวมดูแล้วคล้ายเดิมแต่แปลกตา ให้อารมณ์ที่ต่างไปจากเดิม  ส่วนหัวแกะชื่อคนทำไว้  แผ่นหลังเป็นเมเปิลแผ่นเดียว ฝัง purfling ใต้ปุ่มคอโค้งเป็นรูปหัวใจ ฝังหมุดที่ปุ่มคอ 

ตัวนี้มีเจ้าของแล้ว  ผมตั้งใจสร้างให้กับหลานชายที่กำลังจะลืมตามาดูโลกช่วงกลางเดือนธันวาคม 55 ให้เข้าเติบโตไปพร้อมๆกัน วันหนึ่งเขาคงจะได้ใช้มันเป็นไวโอลินคู่ชีวิต


























ตัวที่สอง  เป็นแบบที่ผมเคยสร้างมาแล้วครั้งหนึ่ง  ตัวนี้จะเหมือนกับเจ้า valentine ที่สร้างไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี  แต่มีเจ้าของรับไปดูแลแล้วเป็นพี่สาวผมเอง  ให้ไว้เป็นของขวัญวันเกิดที่ 4 ปีจะมีกับเขาซักครั้งหนึ่ง

ตัวนี้มีความต่างกันอยู่บ้าง  ด้านหน้าดูแล้วก็จะคล้ายกันมาก  ต้องกลับมาดูที่แผ่นหลังจะเห็นความแตกต่าง ผมได้สลักชื่อย่อ และตัวเลขปีที่สร้างขึ้นไว้ที่แผ่นหลังเลย  ดูเก๋ เท่ไม่ซ้ำใคร  เรียกว่าต้องให้มันยากเข้าไว้  จริงๆ มันก็มีสาเหตุครับ  ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าผมลืมติดชื่อยี่ห้อไว้ข้างใน  ครั้นจะเปิดไม้ออกมาติดชื่อ  ก็ไม่อยากจะทำ  แต่ถ้าไม่ใส่ก็ไม่รู้ที่มาที่ไป เผื่ออีก 50 ปีข้างหน้าผมจากโลกนี้ไป  มันไปอยู่ในมือใครเขาจะได้รู้ ว่ามันทำจากมือคนไทยนะ  ......... ตื่น ๆ เริ่มเพ้อฝันออกนอกเรื่องอีกแล้ว   พรุ่งนี้จะเอาอะไรกินยังไม่รู้เลย

สุดท้ายผมเลยตัดสินใจ สลักชื่อย่อ และปีที่สร้างไว้ที่แผ่นหลัง  น่าจะพอเพราะที่หัวได้สลักชื่อไว้แล้ว  เท่านี้ก็น่าจะพอค้นหาตัวตนคนทำได้แล้ว  คิดว่าคงซ้ำยากไม่มีไวโอลินโรงงานที่ไหนทำแบบนี้แน่นอน





















ตัวสุดท้ายเลยดีกว่าครับ  ต้องบอกว่าแปลกพิศดารที่สุดที่เคยทำมาก็ว่าได้  รูปทรงได้รับการออกแบบขึ้นใหม่  ทรวดทรงองค์เอวคล้ายสวยงามที่มีเอวอ่อนช้อย รับกับช่วงไหล่ที่เรียวงาม แต่แฝงไว้ซึ่งความกลมกลืนเมื่อเทียบกับแบบดั้งเดิม

ช่องเสียงไม่ได้อยู่ที่ด้านหน้า  แต่ออกแบบให้อยู่ด้านข้างแทน  เป็นรูกลมๆ ข้างละ 7 ช่อง  รวมแล้วมีทั้งหมด 14 ช่องด้วยกัน  ให้เสียงกระจายออกไปรอบทิศทาง

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากๆ ก็คือช่วงเอว  ด้วยความที่มันโค้งมน การสาวคันชักสามารถทำได้ดีมาก  ไม่มีอะไรติดขัดเลย  อีกจุดหนึ่งที่ด้านหน้าผมได้ทำ position ไว้ด้วยโดยฝังไม้ ebony ไว้บนแผ่นหน้าตรงตำแหน่งวางหย่อง  

ต่อมาการฝัง purfling ช่วงเอวเป็นไม้สีดำ  แต่ช่วงบนและล่างจะเป็นดำสลับขาว  ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จัดเต็มมาไม่แพ้ตัวอื่นครับ  อธิบายอย่างไงก็คงไม่เท่าภาพภาพเดียวนะครับ  มาดูกันดีกว่า
































ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชมนะครับ


19 ตุลาคม 2555

กว่าจะเป็น...The abalone

ไม้ชิ้นส่วนหลักๆ ที่จะนำมาทำ มีอยู่ 2 ชนิด ไม้สปรูซ และไม้เมเปิ้ล


ไสเพลาะไม้สปรูซด้วยกบผิว เป็นไม้ 2 แผ่นที่จะนำมาเพลาะต่อกัน




ทากาว เพื่อทำการเพลาะไม้ใช้ปากกา F แคลมป์ บีบจับไว้ทิ้งให้กาวแห้ง 24 ชั่วโมง


ไม้เมเปิ้ลส่วนที่ใช้ทำ rib ตัดให้มีความกว้าง 3 ซ.ม.


ขูด ขัด ทำให้บางลง เพื่อให้สามารถดัดขึ้นรูปได้ง่าย ความหนาประมาณ 1-1.2 ม.ม.


โมล และไม้สปรูซที่จะเอามาทำบล็อค


ตัดบล็อค ตามขนาดของโมล ทั้ง 6 ตำแหน่ง


ทาบด้วยแม่แบบ วาดตามรูปทรง


ตัดแต่งบล็อคทั้ง 6 ให้ได้ตามแบบที่วาด


ดัด rib ให้โค้งตามรูปทรง ให้กาวเป็นตัวยึดจับเฉพาะบริเวณบล็อคทั้ง 6 เท่านั้น


เสริมไม้ lining ทำให้ rib แข็งแรงขึ้น


ไม้สปรูซ ที่เพลาะต่อแห้งเรียบร้อยแล้ว


ขุดไส ด้านนอก


ขุดไส ด้านใน


ทำช่องเสียง และใส่เบสบาร์


ประกอบแผ่นหน้าเข้า rib


สลักหลัก บันทึกไว้เป็นหลักฐาน ลายมือตัวเอง


จากนั้นก็ทำแผ่นหลัง และส่วนคอ (วิธีการดูได้จาก เรื่องราวที่เคยเขียนไว้ก่อนหน้า)


เสร็จสรรพออกมาก็เป็นอย่างในรูป ด้านหลัง แกะสลักชื่อคนทำไว้ สลักเป็นแบบนูนสูง