แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Making Violin แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Making Violin แสดงบทความทั้งหมด

27 กุมภาพันธ์ 2555

ไสแผ่นหลัง Valentine


หลังจากผ่านการตัดมาแล้วขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการไสปรับรูปทรงด้านนอกของแผ่นหลังก่อน  ส่วนด้านในก็เก็บไว้ทำหลังจากที่ไสด้านนอกแล้ว  เครื่องมือที่ได้ก็พื้นฐานทั่วไปครับ  มีสิ่วโค้ง  กบท้องมน อาจมีฆ้อนพลาสติกด้วยในบางช่วง  จะใช้ฆ้อนไม้หรือตะลุมพุก็ได้

  
การไสแผ่นหลังมีหลักอยู่ว่า เราจะไสปรับบริเวณขอบรอบ ๆ ออกให้บางเหลือประมาณ 5 ม.ม. ในขั้นต้นก่อน ค่อยๆ ไล่ระดับไปให้สูงขึ้น บริเวณตรงกลางจะสูงซึ่งจะสูงสุดประมาณ 1.5 ซ.ม. 

  
เริ่มต้นอาจจะใช้สิ่วหรือกบก็ได้แล้วแต่ถนัด ถ้าเป็นกบก็ต้องใช้ขนาดใหญ่หน่อยกินเนื้อไม้ลึก ถ้าใช้ตัวเล็กก็ได้แต่คงเหนื่อยมากและใช้เวลานาน  ช่วงแรกผมยังไม่สนใจทิศทางการไสเท่าไหร่  เรียกว่าเน้นเอาเนื้อไม้ที่ไม่ใช้ออกให้มากที่สุดก่อน  อาจย้อนเสี้ยนบ้างแล้วค่อยมาปรับอีกที


การใช้สิ่วสลับกับการใช้กบ  ผมยังใช้เทคนิคเดิมคือเน้นเอาเนื้อไม้ออก  ช่วงแรกที่ไม้ยังหนาอยู่ก็ยังไม่ต้องระวังมากแต่พอเริ่มบางได้รูปทรงแล้วการใช้สิ่วต้องละเอียดและดูแนวเสี้ยนไม้ด้วย  เพราะอาจทำให้ไม้ฉีกได้  พอถึงจะหนึ่งก็จะเลิกใช้สิ่ว  


เมื่อไสถึงจุดหนึ่งเริ่มมีรูปทรง ไม้บางลง ก็จะเป็นหน้าที่ของกบตัวเก่ง ค่อยๆ ไสปรับไปเรื่อยๆ 

เศษไม้และขี้กบ จากการไสไม้แผ่นหน้าและแผ่นหลังที่กำลังทำ  การทำงานไม้หนีไม่พ้นเรื่องฝุ่น คนทำก็ต้องมอมแมมบ้าง แต่ใจรักก็ทำได้อยู่แล้ว


ช่วงโค้งตัวซี ผมชอบใช้สิ่วค่อยๆ ขุดออก บางทีก็ใช้ฆ้อนพลาสติกตอกบ้าง ลดการใช้กำลังอย่างเดียว


เครื่องมือตัวนี้ใช้ในการควบคุมความสูงของแผ่นหลัง  โดยใช้จุดกึ่งกลางของแผ่นหลังเป็นเกณฑ์  ตั้งเครื่องมือวัดไว้ที่ความสูง 1.5 ซ.ม. ถ้าดันเข้าไปถึงตรงกลางได้ถือว่าผ่าน 

การบังคับรูปทรงก็ใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมด  ทั้งสายตา มือสัมผัส หูฟังเสียงไม้  รวมทั้งทักษะและประสบการณ์  ซึ่งอธิบายได้ยากลำบากสิ่งเดียวที่ช่วยได้คือต้องปฏิบัติด้วยตนเอง และถ้ามีผู้รู้ช่วยแนะนำก็จะเป็นประโยชน์


22 กุมภาพันธ์ 2555

ตัดแผ่นหลัง ไม้เมเปิล


การตัดไม้เมเปิล ซึ่งจะใช้ทำเป็นแผ่นหลังของไวโอลิน  เริ่มต้นก็ต้องหาไม้ให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก..... อ้าว .... ก็ต้องอย่างนั้นสิ  เอ วันนี้เขียนอย่างไงนี่  ออกแนวกวนกวน  คือจริงๆ แล้ว การหาไม้เมเปิลไม่ยาก แต่การจะเลือกแผ่นไหนลายไม้เป็นอย่างไง  จะวางตำแหน่งการหรือเอาด้านไหนอยู่ในอยู่นอก  เพื่อให้งานออกมาสวยงาม  เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย  ขึ้นกับสายตาประสบการณ์ของผู้สร้างแต่ละคน  อย่างแผ่นที่เห็นในรูปผมว่าอันนี้ยังไม่ค่อยยาก  แผ่นนี้เป็นไม้ชิ้นเดียวหน้ากว้าง 12 นิ้ว ยาวประมาณ 16 นิ้ว หนาเกือบ 1 นิ้ว เป็นไม้ที่ตัดมาแบบ slab saw เป็นการตัดผ่าลำต้นไม้ จากเปลือกไม้ด้านหนึ่งขาดไปอีกด้านหนึ่ง  ซึ่งจะเห็นลายไม้ลักษณะอย่างในภาพ  การแปรรูปไม้ในปัจจุบันจึงเป็นการตัดในลักษณะนี้เพราะจะได้ไม้หน้ากว้าง เสียไม้น้อยกว่า    ส่วนการตัดอีกแบบคือการตัดแบบ Quarter saw เป็นการตัดแบบการเค้ก ซึ่งไม้แผ่นหน้าของไวโอลินเป็นการตัดแบบอย่างหลังนี้  จึงทำให้เห็นลายไม้เป็นแนวเส้นๆ อย่างที่เห็น  เส้นที่ว่านี้ก็คือเส้นวงปีของต้นไม้นั่นเอง


เราต้องไสปรับหน้าให้เรียบก่อนด้วยกบ  แต่ถ้าไม่ใช้กบก็ใช้เครื่องจักรไสไปซัก 2-3 รอบออกมาเรียบ  แต่ผมไม่ได้ใช้วิธีนี้เพราะไม่มีและไม่เหมาะสมที่จะใช้   เอาเป็นว่าขออธิบายในแบบที่ผมทำดีกว่า   หลังจากที่ได้ไม้ที่เรียบๆ แล้ว  เราจะเอาโครงข้างของไวโอลินหรือ Rib  ที่ขึ้นรูปไว้แล้วมาทาบแล้วลากเส้นตามแนวขอบ  ส่วนเส้นนอกใช้แหวนรองน็อตเล็ก ๆ แล้วขีดเป็นแนวอีกครั้งจะได้เป็นเส้นนอก  ซึ่งเส้นนอกนี้ก็คือเส้นแนวการตัด  ส่วนด้านที่เราเลือกนี้จะเป็นด้านในของแผ่นหลังเวลาประกอบเราจะไม่เห็นลายไม้ด้านนี้แต่จะเป็นอีกด้านหนึ่ง  ซึ่งเราจะต้องเลือกดูก่อนที่จะวาดแนวการตัด  ไม้แผ่นนี้ลายจะเป็นแบบ The Everest 


เครื่องมือที่ใช้ในการตัดเป็นรุ่นพิเศษ  เพราะรุ่นนี้ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า  ไม่ใช้น้ำมัน  เสียงเงียบไม่รบกวนใครที่สำคัญราคาถูกมาก  ไม่ต้องลงทุนเป็นหมื่นเป็นแสน  ใครๆ ก็ซื้อได้น่าใช้มาก


เลื่อยฉลุ Coping saw นี่เอง  ใช้แรงกายล้วนๆ  ข้างๆ นั้นเป็นโครงข้างที่ประกอบแผ่นหน้าแล้ว  ไม้ที่เราจะตัดนี้จะเป็นแผ่นหลังของไวโอลินตัวนี้ครับ 


การตัดไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมาก เริ่มต้นตรงไหนก็ได้แล้วแต่สะดวก ผมเลือกตรงมุมก่อนมันใกล้ดี วางไม้บนโต๊ะ หาปากกาจับไว้ให้แน่นแล้วลงมือตัด  จะใช้มือเดียวหรือสองมือก็ได้ไม่ว่ากัน  แต่พยายามให้ใบเลื่อยอยู่ในแนวตั้งฉากเป็นใช้ได้งานจะออกมาสวย 


เวลาตัดบางช่วงก็ง่าย  บางช่วงก็ยาก เพราะเป็นการตัดแนวโค้ง  ซึ่งจะต้องเจอทั้งการตัดตามแนวเสี้ยนและตัดแนวขวางเสี้ยน  ตามแนวเสี้ยนก็คือตามยาวแนวลายไม้  อันนี้จะตัดยากคือเลื่อยจะไม่ค่อยกินไม้เท่าไหร่  ส่วนตัดขวางจะไม่ค่อยยากเท่าไหร่  แต่ไวโอลินทรงออกแนวยาวมากกว่ากว้าง การตัดจึงต้องเจองานยากมากกว่าง่าย  

ชิ้นแรกที่ตัดออกมา  ใช้เวลาไป 35 นาที 


แนวโค้งตัว C บางทีก็ใช้เลื่อยอื่นร่วมด้วยก็ได้ ตัดขวางเสี้ยนแนวตรง  เพื่อความรวดเร็ว  หยดน้ำที่เปียกหยาดเหงื่อแรงกายล้วนๆ เลย


ตรงมุมที่วงเลี้ยวไม่ได้ก็ต้องตัดบางส่วนออกก่อน  แล้วจึ่งมาขึ้นต้นใหม่


ถึงช่วงปุ่มคอก็ถอยเลื่อยออก เลื่อยมันเลี้ยวหักมุมลำบาก  แล้วมาเริ่มตัดใหม่จากอีกด้านหนึ่่งจะง่ายกว่า


เสร็จไปกว่าครึ่งแล้ว  ที่เหลืออีกครึ่งก็ทำแบบเดียวกัน  แต่สลับด้านกัน

แล้วชิ้นสุดท้ายก็ถูกตัดออกมา  ใช้เวลาไป 1 ชั่วโมง กับอีก 25 นาทีครับ  จากนั้นก็ตามด้วยน้ำอีกแก้วครึ่ง เสียเหงื่อไปเยอะ  


เลื่อยตัวนี้มีความพิเศษคือสามารุถปรับทิศทางใบเลื่อยได้  เวลาโครงเลื่อยเริ่มติดเราก็บิดหมุนปรับทิศทาง แต่ต้องปรับตัวบนและล่างให้อยู่แนวเดียวกัน


ลายอีกด้านหนึ่งของแผ่นไม้ ซึ่งด้านนี้จะอยู่ด้านนอก  เราจะเห็นลวดลายของแผ่นหลังจากด้านนีั  ตอนหน้าจะเป็นการทำที่ต่อจากขั้นตอนนี้  คือไสปรับด้านนอกสร้างรูปทรงให้โค้งนูนเหมือนไวโอลินที่เราเห็น


ไวโอลินตัวนี้ขอเรียกว่า Valentine แล้วกันนะครับ เพราะวันที่ผมทำ Bass bar เสร็จ และประกอบแผ่นหน้าเข้ากับโครงข้าง Rib  เป็นวันแห่งความรักพอดี